หน้าหลัก/บทความ/ ท่องเที่ยว / ที่พัก / 5 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวชมมัสยิดอายาโซเฟีย ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต/
coverImage

5 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวชมมัสยิดอายาโซเฟีย ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต

23 February 2024

อัสลามมุอาลัยกุม หลังจากที่แอดฯ ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศตุรกี (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น ทรูเคีย) ทริปนี้จึงจะขอนำเสนอเรื่องราวการท่องเที่ยวในประเทศที่มีดินแดน 2 ทวีป ริมช่องแคบบอสฟอรัส ที่มากไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ มาบอกเล่ากันค่ะ ก่อนจะไปเรามาดูก่อนว่า 5 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวชมมัสยิดอายาโซเฟีย มีอะไรบ้างถึงทำให้สถานที่นี้น่าสนใจ เรามาเริ่มต้นกันที่อิสตันบลูกันก่อนนะคะ เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศแล้ว  ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หลายแห่งค่ะ

5 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวชมมัสยิดอายาโซเฟีย

1.เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ทรงคุณค่าของศาสนาอิสลามที่หากมีโอกาสก็ควรไปละหมาด ขอดุอาฮฺ

2.เป็นสถานที่แห่งเดียวในโลกที่เป็นทั้งโบสถ์ของชาวคริสต์และมัสยิดของชาวมุสลิม ใช้ประกอบศาสนกิจเป็นเวลาร่วมกว่าพันปี

3.เป็น1 ใน 7 สิ่ง มหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง  เป็นโบสถ์และมัสยิดทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาเป็นเวลาเกือบพันปี 

4.เป็นสิ่งก่อสร้างและศาสนสถานสำคัญที่สุดอาณาจักรโรมันตะวันออก และออตโตมัน   แม้จะเปลี่ยนสถานะมาหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่โบสถ์คริสต์ มัสยิดในอิสลามหรือพิพิธภัณฑ์

5.มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรมอิสลามที่ควรค่าแก่การไปชมความยิ่งใหญ่อลังการสักครั้งในชีวิต ควรเข้าไปละหมาด

เริ่มทัวร์เที่ยวชมมัสยิดอายาโซเฟีย

                การได้เดินทางไปยังนครอิสตันบลู ประเทศตุรกีเป็นความใฝ่ฝันของหลายคน เพราะที่นี่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อารยธรรมอานาโตเลีย จักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิไบแซนไทน์  จนมาถึงจักรวรรดิออตโตมันที่ยึดมั่นและเคร่งครัดในอิสลาม  ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมและผสมผสานของอารยธรรมต่างๆ  และมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้าและหาคำตอบ

                นอกเหนือจากอารยธรรมที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันแล้ว ตุรกี ยังเป็นประเทศที่มีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงาม   มีดินแดนที่ตั้งอยู่ในทวีปปยุโรปและเอเชียจึงทำให้ดินแดนแห่งนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก  ในโอกาสที่ MAKAN HALAL GUIDE ได้เดินทางไปตุรกี  จึงขอนำเรื่องราวและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญนำเสนอให้รับทราบกันค่ะ

                เรามาเริ่มกันที่ มัสยิดอายา โซเฟีย ซึ่งตั้งอยู่ในย่านจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด และถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของอิสตันบูล  ค่ะ

                มัสยิดอายา โซเฟีย เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ความสนใจ  และต้องมาชม หากได้มาที่อิสตัลบลู ถ้าดูจากภายนอก  มัสยิดแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร มีความยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมาก สมกับที่ยืนหยัดมานานนับพันปีและตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์ของเมือง  แม้จะผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาหลายครั้ง

                และเพียงก้าวแรกที่ได้เดินเข้าไปชมภายใน ก็เกิดคำถามและความสงสัยขึ้นมาทันทีอีกว่า  ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีการก่อสร้างยังไม่เทียบเท่าปัจจุปัน  คนในยุคนั้น สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร   ความมหัศจรรย์ตระการตานี้เอง  จึงน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ที่นี่  ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง (คริสศตวรรษที่5-16)

ความเป็นมาของมัสยิด

ในนปีคศ.532 จักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก (ไบเซนไทน์) ได้ทรงสร้างมหาวิหาร อายา โซเฟีย (มาจากภาษากรีก มีความหมายว่า สติปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์) เป็นวิหารหลวงสำหรับประกอบพระราชพิธี และชาวคริสต์นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ขึ้นที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งนับเป็นสถาปัตยกรรมชั้นเลิศของไบเซนไทน์ เพราะมีการสร้างโดมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 31 ตารางเมตรและสูงถึง 55 เมตร

                ที่นี่ถือเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น  และถือว่าเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาเป็นเวลาเกือบพันปี แม้ว่าภายนอกจะมีสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย เน้นความยิ่งใหญ่  แต่ภายในกลับตกแต่งด้วยหินอ่อน หินแกรนิตและกระเบื้องโมเสดสีทองเคลือบแก้ว  กระจกสี อย่างวิจิตรบรรจง

                มหาวิหารแห่งนี้ตั้งตระหง่านคู่กับจักรวรรดิเรื่อยมาจนถึง รัชสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน บาลิโอลูกัส ที่ 11 (คศ.1449  -1453) จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิไบเซนไทน์   ซึ่งหมายความว่า มหาวิหาร อายา โซเฟีย คงสถานะเป็นมหาวิหารสำคัญสำหรับคริสต์ศาสนา นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ เป็นระยะเวลาถึง 921 ปีด้วยกัน

จนกระทั่งปีคศ. 1453 (ฮ.ศ.857) สุลต่านมุฮัมมัด อัลฟาติฮฺที่ 2ที่มีพระชนมายุเพียง 25 พรรษา (ค.ศ. 1429 - 1481 / ฮ.ศ. 833 - 886) ได้ทรงนำทัพเข้าล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิล เป็นเวลา 50 วัน ในที่สุดก็สามารถพิชิตได้  เมื่อทรงนำกองทัพเข้าสู่ตัวเมืองแล้ว พระองค์ได้เสด็จมายังมหาวิหาร อายา โซฟีย และใช้ให้มุอัซซิน ทำการอะซานในมหาวิหารแห่งนี้ เพื่อประกาศว่า  มหาวิหารแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิดสำหรับชาวมุสลิมแล้ว  ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญเลยนะคะ

เมื่อเปลี่ยนมาเป็นมัสยิด  รูปภาพที่ประดับประดาด้วยกระเบื้องโมเสดเคลือบลายน้ำทองภายในมหาวิหาร ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทน์อันเป็นภาพตามคติความเชื่อในศาสนาคริสต์จึงถูกปูนโบกทับ  เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการศาสนาอิสลาม ที่ไม่ให้มีรูปภาพหรือความเชื่ออื่นๆ

 นอกจากนี้ ยังสร้างมิฮฺรอบ  สำหรับอิหม่ามผู้นำนมัสการขณะประกอบศาสนกิจ และมีการตั้งมิมบัร สำหรับการแสดงคุตบะฮ์วันศุกร์และวันสำคัญทางศาสนา

 ต่อมาในสมัยสุลต่านมุรอด ข่าน ที่ 4 ก็มีการเขียนตัวอักษรภาษาอาหรับพระนามของพระองค์อัลลอฮฺ นามท่านศาสดามูฮัมหมัด(ศ.ล.) และชื่อของบรรดาคอลีฟะห์ผู้สืบทอดต่อจากท่านศาสดา  4 ท่านขนาดใหญ่อย่างงดงามลงบนแผ่นไม้ทรงกลม แขวนอยู่บนผนังของมัสยิด   โดยลวดลายการเขียนตัวอักษรภาษาอาหรับอันวิจิตรบรรจง เป็นฝีมือของท่านบิชกะญีย์ ซาดะห์ มุสตอฟา เชลบีย์ นักเขียนตัวอักษร (คอตตอต) ผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้น

ในรัชสมัยของสุลต่านพระองค์ต่อๆ มาก็ได้มีการให้บูรณะอาคารมัสยิด และเพิ่มขนาดของหออาซานทั้ง 4 เสา  มีการประดับยอดโดมด้วยจันทร์เสี้ยวหุ้มด้วยทองคำบริสุทธิ์ขนาด 50 คืบ และนำไปติดตั้งแทนที่ไม้กางเขนเหนือยอดโดม

มัสยิด อายา โซเฟีย นับเป็นอาคาร ศิลปะผสมผสานแบบไบเซนไทน์และอิสลาม และยังคงเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจสำคัญที่สุดของจักรวรรดิออตโตมานตลอดช่วงอายุขัยของจักรวรรดิ เมื่อจักรวรรดิออตโตมานล่มสลาย  มุสตอฟา ก่ามาล อาตาเติร์ก ขึ้นสู่อำนาจก็ได้ประกาศให้มิสยิดแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ของนครอิสตันบูล  แต่ต่อมารัฐบาลตุรกีก็เปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นมัสยิดเช่นเดิม

ความยิ่งใหญ่ของมัสยิด อายา โซเฟีย ทำให้ในแต่ละปีนั้นทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากกว่า 3.4 ล้านคน  กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของตุรกี

ผู้อ่านทุกท่านคะ  หลังจากที่แอดฯ ได้ชมมัสยิด ละหมาดและดุอาอฺ ในมัสยิดแห่งนี้แล้ว  อยากจะขอบอกเลยว่า ได้มีริสกีและบารอกัตเป็นอย่างยิ่งคะ และหากมุสลิมท่านใดที่ได้มาท่องเที่ยวที่นี่ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชมและปฏิบัติอิบาดะห์นะคะ

avatar - บรรณาธิการ | ต.โต้ง
บรรณาธิการ
ต.โต้ง
นักเขียนติดดิน

บทความแนะนำอื่นๆ